Nihongo

ขอโทษนะครับ ที่หายไปเป็นปี
ตอนนี้กลับมาเขียนต่อแล้วละครับ ฮ่า ๆๆ

ตอนนี้ก็เป็นเรื่องต่อจากเรื่องแมว ประธาน กรรม กิริยา นะครับ

ว่าด้วยเรื่อง นี่ นั่น โน่น (หรือ นี้ นั้น โน้น แล้วแต่จังหวะการใช้)ครับ

เรามาทำความเข้าใจเล็ก ๆ ข้อตกลงเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับนี้ นั้น โน่นกันก่อนนะครับว่าสามคำนี้มันมีความหมายต่างกันยังไง

นี่  - หมายถึง ผู้พูดต้องการบ่งบอกถึงสิ่งที่อยู่ใกล้ผู้พูดครับ แต่อาจจะใกล้หรือไกลผู้ฟังก็ได้ 
นั่น - หมายถึง ผู้พูดต้องการบ่งบอกถึงสิ่งที่อยู่ไกลผู้พูด(ใกล้ผู้ฟัง)ครับ
โน่น - หมายถึง ผู้พูดต้องการบ่งบอกถึงสิ่งที่อยู่ไกลทั้งผู้พูดและผู้ฟัง(ไกลทั้งคู่)ครับ

ปกติผมใช้ ก็ไม่เคยคิดละเอียดขนาดนี้เลยนะเนี่ย ก็ใช้ ๆ ไปตามความเคยชิน แต่พออธิบายไวยากรณ์นี่ มีแบ่งให้ด้วย ก็รู้ไว้ตาม

นี่แหละคือความเสียใจ... เอ้ย ไม่เกี่ยว - -' (เกี่ยวอยู่นะ : ความเสียใจนี้ไกลตัวผู้ฟังครับ เพราะเป็นความเสียใจเกี่ยวกับตัวผู้พูด :O)

แต่เวลาใช้ก็ใช้ตามความเคยชินนะครับ ไม่ต้องคิดอะไรใกล้ไกลหรอก...
...แล้วข้างบนนี่จะอธิบายทำแมวอะไรฟระ

ทีนี้ก็มาถึงภาษาญี่ปุ่นบ้าง การใช้ความหมายก็เหมือนกันเด๊ะเลยครับ
แค่เปลี่ยนจาก นี่  เป็น ko
จาก นั่น เป็น so
จาก โน่น เป็น
a 

ส่วนเวลาเอามาใช้จริงเนี่ย ก็จะแบ่งเป็นชุด ๆ เพื่อความง่ายสะเด็ดดังนี้ครับ

1. 

ชุด อัน - ใช้ระบุถึงสิ่งของ ต่าง ๆ
นี้,อันนี้ = kore
นั่น,อันนั้น = sore
โน่น,อันโน้น = are

Example:
ko
re wa neko desu. - นี่คือแมว
sore wa inu desu. - นั่นคือหมา
are wa miruku desu. -โน่นคือนม

ใครลืมศัพท์แล้ว ย้อนไปดูได้ที่บทที่ผ่านมานะครับ

2.

ชุด ที่
ที่นี่ - koko
ที่นั่น - soko
ที่โน่น - asoko (พิเศษนิดหน่อยครับ สงสัยคำว่า ako ธรรมจะไม่ลื่นหู เลยเปลี่ยนหน่อย)

Example: 
koko wa depaato desu. ที่นี่คือห้างสรรพสินค้า
soko wa gakkou desu. ที่นั่นคือโรงเรียน
asoko wa Bankoku desu. ที่โน่นคือกรุงเทพ

3.

ชุด ~นี้,~นั้น,~โน้น
~นี้ = kono ~
~นั้น = sono ~
~โน้น = ano ~
ไอ้ ~ คือ Noun หรือคำนามนั่นเองครับ เอามาวางแปะไว้ข้างหลังได้เลย เช่น

Example:
kono hito wa Hayashi desu. คนนี้คือฮายาชิ
sono neko wa neko desu. แมวนั้นเป็นแมว
ano gakkou wa koukougakkou desu. โรงเรียนโน้นเป็นโรงเรียนมัธยมปลาย

เป็นไงบ้างครับ ยังง่ายนิดเดียวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเลยใช่ไหมล่ะ
วันนี้ก็สามารถชี้บอกสิ่งของ สถานที่ ได้แล้ว อย่างน้อยก็ช่วยไม่ให้อดตายได้
อย่างเวลาจะไปจิ้ม ๆ สั่งของ หรือจะเอาอะไรซักอย่าง อย่างจะไปสั่งข้าวราดแกงสามอย่างที่ญี่ปุ่น เอาพะโล้ กะเพรา แล้วก็ผัดหน่อไม้ ก็ชี้ ๆ ทีละอย่างแล้วพูดว่า kore kore kore (อันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนี้) เท่านั้นแหละครับ สามอย่างลอยมาให้อิ่มอร่อยทันที!!!

แค่นี้ก็ไม่อดตายแล้วเรา

ปล.ที่ญี่ปุ่นมีด้วยเรอะร้านนั่นน่ะ!

----------------------------------------

คำศัพท์ใหม่

desu - คำสุภาพของคำว่า da (~verb to be, เป็น คือ)
depaato - ห้างสรรพสินค้า (มาจาก Department Store)
gakkou - โรงเรียน
koukougakkou - โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย

edit @ 20 Dec 2007 02:48:17 by La Lingvo Intanio

Verb to be... 

เคยพบปัญหาเหล่านี้เวลาเรียนภาษาอังกฤษหรือเปล่า
verb to be มีมากมาย เช่น

is,am,are,was,were,be

ต้องเลือกใช้คำให้ถูกเหมาะสมกับประธานของประโยคและต้องดูว่าเป็นประธานพหูพจน์กับเอกพจน์ด้วย
ปวดหัวจังเลย ๆ

ภาษาญี่ปุ่นช่วยท่านได้!!!

ด้วยการใช้ da แทน เป็น,คือ ได้เลยในทันที
โดยไม่ต้องไปมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับไอ้ตัวประธานเลยครับ

ง่าย ๆ อย่างเช่น

I am Haku.
ผมคือฮาคุ
watashi wa haku da.

You are a teacher.
คุณเป็นครู
anata wa sensei da.

เห็นไหมครับ ง่ายจริง ๆ ด้วย ใช้แค่ da ตลอดเวลาไม่ว่าสองภาษานี้(eng thai) จะใช้อะไรก็ตาม

แล้วก็ ถ้าจะให้สุภาพขึ้น เราสามารถใช้คำว่า desu แทน da ได้ เช่น
watashi wa haku desu.
ผมคือฮาคุ(ครับ/ค่ะ

ทีนี้เวลาจะใช้รูปปฏิเสธเราก็เพียงเปลี่ยนจาก da -> เป็น janai

Example

I am not Haku.
ผมไม่ใช่ฮาคุ
watashi wa haku janai

You are not a teacher.
คุณไม่ได้เป็นครู
anata wa sensei janai

ส่วนรูปสุภาพของ janai ก็คือ dewa arimasen (ยาวโคตร ๆ)

.

เหมือนเดิมเลยไม่เปลี่ยนแปลง ไม่แปรเปลี่ยน ภาษาไทยยังมีพลิกแพลง จาก คือ กลายเป็น ไม่ใช่ จาก เป็น กลายเป็น ไม่ได้เป็น (คนต่างชาติมาเรียนคงงง ทำไมจาก คือ ถึงไม่เปลี่ยนเป็น ไม่คือ) แต่ภาษาญี่ปุ่นนั้นยังเหมือนเดิม ฮา

เท่านี้เราก็สามารถใช้ Verb to be ซึ่งง่าย ๆ แบบญี่ปุ่นได้แล้วครับ

สรุปท้ายบท
da = เป็น,คือ
desu = เป็น,คือ (+ ครับ/ค่ะ)
janai = ไม่เป็น,ไม่ใช่
dewa arimasen = ไม่เป็น,ไม่ใช่ (+ ครับ/ค่ะ)

edit @ 20 Dec 2007 02:59:26 by La Lingvo Intanio

ก่อนพูดถึงไวยากรณ์ของภาษาอื่นเราก็ลองมามองของ ๆ ไทยเราดูก่อนสักนิด
ภาษาไทยแบ่งประโยคออกได้เป็นตัวที่สำคัญคือSubject (ประธาน) และ Verb (กิริยา) ซึ่งเป็นสองตัวสำคัญที่ต้องนำมาประกอบกันเพื่อให้เป็นประโยค และอาจมี Object (กรรม) มารองรับการกระทำด้วย ในกรณีที่กิริยานั้นต้องการกรรม (กริยา โหดจัง) และภาษาไทยเรามีวิธีการเรียงไอ้เจ้าสามตัวนี้เหมือนภาษาอังกฤษเลยนั่นก็คือ

ภาษาไทย ประธาน + กิริยา + กรรมเช่น
ฉัน กิน แมว

ภาษาอังกฤษ ประธาน + กิริยา + กรรม เช่น
I eat a cat.
ฉัน กิน แมว

แต่ภาษาญี่ปุ่นนั้นแตกต่างกันหน่อย เอาเป็นสลับที่ กิริยา กับ กรรม

ภาษาญี่ปุ่น ประธาน + กรรม + กิริยา
Watashi wa neko o taberu.
ฉัน แมว กิน

ปะหลาดแท้น้อ ...
ด้วยความประหลาดอย่างนี้นี่เองทำให้คนญี่ปุ่นเรียงประโยคภาษาอังกฤษได้ยากกว่าคนไทย ^_^ (หุ ๆ) เพราะต่างกันตรงรูปแบบหลักเลย ทุกประโยคต้องโยก กิริยา ไปไว้ด้านหลังในสมองยุ่งยากดี แต่เอ๊ะ อย่างงี้ก็เท่ากับว่าเราเรียงเหมือนอังกฤษก็ต้องเรียงยากสิ แหะ ๆ นิดหน่อยแหละครับ เดี๋ยวก็ชิน... (อ้าวเข้าข้างภาษาตัวเองซะงั้น เอาไงกันแน่)

สรุป ญี่ปุ่น S O V นะครับ ท่องไว้ ๆ ฉันแมวกิน ๆๆ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะสงสัยว่า ทำไมภาษาญี่ปุ่นประโยคด้านบนเมื่อตะกี้นี้คือ
Watashi wa neko o taberu มันยาว ๆ เยอะ ๆ ก็เพราะว่าภาษาญี่ปุ่นมีลักษณะเฉพาะอีกอย่างที่ภาษาไทยหรืออังกฤษไม่มี นั่นคือ.... คำช่วย.... เป็นตัวช่วยที่ใช้บอกคนญี่ปุ่นว่าไอ้คำข้างหน้าคำช่วย wa เนี่ยนะ เป็น ประธาน หรือไม่ก็ไอ้ข้างหน้าคำช่วย o เนี่ยเป็น กรรม

wa บอกว่าคำด้านหน้ามัน(ด้านซ้าย) เป็นประธาน หรือเป็นหัวข้อที่จะกล่าว
ในที่นี้ Watashi ที่แปลว่า ฉัน ก็จะถูก wa ชี้หน้าว่า "ฉัน ไปเป็นประธานไปซะ (กินกรรม)"

o (ออกเสียง โอ๊ะ) บอกว่าคำด้านหน้ามัน(ด้านซ้าย) เป็นกรรม
ในที่นี้ neko ที่แปลว่า แมว ก็จะถูก o ชี้หน้าว่า "แมว ไปเป็นกรรมซะ (ถูกกิน)"

และก็เอา Verb วางไว้หลังสุดของประโยค ก็เป็นอันเสร็จพิธี...

รวมกันเป็น ฉันwaแมวo กิน

เยส ใช่แล้ว ประโยคแบบญี่ปุ่นสร้างไม่ยากเลยเนอะ

ทีนี้ลองมาดูคำศัพท์ง่าย ๆ กันก่อนเดี๋ยวเราจะมาสร้างประโยคกัน

Vocabulary

[Noun]
watashi = I (สรรพนามบุรุษที่ 1 ภาษาไทยเยอะเกินเอาเป็น I ไปเลยละกัน)
anata = You
inu = หมา(สุนัข)
panda = แพนด้า
gohan = ข้าว
miruku = นม

[Verb]
taberu = กิน
nomu = ดื่ม
miru = ดู

ตัวอย่างประโยค

anata wa watashi o taberu.
คุณกินฉัน

inu wapanda o miru.
หมาดูแพนด้า

neko wa miruku o nomu.
แมวดื่มนม

อ่ะหุ ๆ ยังง่ายเหมือนเดิมใช่มะ แล้วพบกันใหม่ครับ

สรุป
รูปประโยคพื้นฐาน

ประธานwa กรรมwo กิริยา
คำช่วย
wa ชี้ประธาน หรือหัวเรื่องที่จะพูด
o ชี้กรรม


edit @ 2006/05/23 18:37:15

edit @ 17 Dec 2007 19:33:36 by La Lingvo Intanio



Linvo Intania
View full profile